|
๏
พระเหวี่ยงวัดขัดใจมิให้ต้อง
มันดื้อด้านทานทนพ้นปัญญา
อะไรเจ้าเฝ้ากวนกันจู้จี้
ขอพักนอนเสียสักหน่อยถอยออกไป
แล้วเอนองค์ลงบนแท่นแสนระทด
โอ้สงสารป่านฉะนี้ศรีสุวรรณ
พอตื่นขึ้นยามเย็นไม่เห็นพี่
ได้เห็นแต่เจ้าพราหมณ์ทั้งสามนาย
นิจจาเอ๋ยเคยเห็นกันพี่น้อง
อียักษ์ลักพี่ลงมาในสาคร
พระนึกนึกแล้วสะอึกสะอื้นไห้
ซบพระพักตร์อยู่บนแท่นแผ่นศิลา
๏
อีนางยักษ์ฟังสะอื้นค่อยชื่นจิต
เข้าอิงแอบแนบองค์พระทรงชัย
คิดว่าหลับกลับปลุกขึ้นโลมลูบ
ค่อยยกหัตถ์ภูวนาถพาดอุรา
เห็นทรงศักดิ์ผลักพลิกทำหยิกเย้า
จะกอดไว้ไม่วางเหมือนอย่างนี้
๏
พระแค้นคำซ้ำด่าอีหน้าด้าน
น่าอดสูกูได้ทำไมมึง
ทั้งเหม็นสาบเหม็นสางเหมือนอย่างศพ
มายั่วเย้าเฝ้าเบียดเกลียดจะตาย
๏
อีนางยักษ์ควักค้อนแล้วย้อนว่า
ทีขอจูบแต่พอถูกจมูกครือ
เมื่ออยู่สองต่อสองในห้องหับ
ถึงโกรธขึ้งอย่างไรก็ไม่ฟัง
๏
พระสุดแสนแค้นเคืองรำคาญจิต
ให้อักอ่วนป่วนใจไม่สบาย
จะยั่งยืนขืนขัดตัดสวาท
ก็จะสะบักสะบอมตรอมฤทัย
จึงบัญชาว่านี่แน่นางยักษ์
อันเชื้อชาติอสุรินทร์ย่อมกินคน
ไปข้างหน้าถ้าเคืองน้ำใจเจ้า
แม้นให้สัตย์ปฏิญาณสาบานตัว
|
จนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยสองพระหัตถา
จึงแกล้งว่าวิงวอนให้อ่อนใจ
ข้าจะหนีหน่ายนางไปข้างไหน
สบายใจจึงค่อยมาพูดจากัน
โศกกำสรดซบทรงกันแสงศัลย์
อยู่ด้วยกันหลัดหลัดมาพลัดพราย
จะโศกีโหยหาน่าใจหาย
เขาผันผายลับตาจะอาวรณ์
มาเที่ยวท่องบุกเดินเนินสิงขร
จะทุกข์ร้อนว้าเหว่อยู่เอกา
ชลเนตรหลั่งไหลทั้งซ้ายขวา
ทรงโศกากำสรดระทดใจฯ
สำคัญคิดแว่วว่าพระปราศรัย
เห็นเธอไม่ผินผันจำนรรจา
ประจงจูบปรางซ้ายแล้วย้ายขวา
ในกามาปั่นป่วนให้ยวนยี
มาลูบคลำทำเขาแล้วเบือนหนี
แค้นนักหนาฟ้าผี่เถอะดื้อดึงฯ
ใครจะร่านเหมือนเช่นนี้ไม่มีถึง
มาเคล้าคลึงโลมลูบจูบผู้ชาย
ไม่น่าคบน่ารักยักษ์ฉิบหาย
ไม่มีอายมีเจ็บเท่าเล็บมือฯ
ส่วนร่ำด่ากระนั้นได้เขาไม่ถือ
ยิ่งอึงอื้อบ่นว่าเป็นน่าชัง
จะบังคับมิให้ใครกลุ้มใจมั่ง
พลางเข้านั่งแอบข้างไม่ห่างกายฯ
เป็นสุดคิดสุดที่จะหนีหาย
มันกอดก่ายเซ้าซี้พิรี้พิไร
ไม่สังวาสเชยชิดพิสมัย
ต้องแข็งใจกินเกลือด้วยเหลือทน
จะร่วมรักกันก็เห็นไม่เป็นผล
มาแปดปนเป็นมิตรเราคิดกลัว
จะกินเราเสียไม่คิดว่าเป็นผัว
ให้หายกลัวแล้วจะอยู่เป็นคู่ครองฯ
|